ศิลปะการแทงหยวก เป็นหนึ่งในงานช่าง๑๐หมู่ ประเภทงานสลักของอ่อน เป็นงานฝีมือที่สร้างสรรค์
โดยช่างผู้ชำนาญ ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาง่าย ผลงานมีระยะเวลาในการคงอยู่ในระยะสั้น ๆ ไม่คงทนถาวร ตาม
ลักษณะของวัสดุ โดยเป็นการนำหยวกกล้วยมาฉลุลวดลายประดับตกแต่งในงานต่างๆ ทั้งงานมงคลและงาน
อวมงคล ได้แก่ งานบวช งานโกนจุก งานกฐิน ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานพิธีทางศาสนา ทำบุษบกแห่พระวันออก
พรรษา และ งานศพ เป็นต้น
๑.การแทงหยวกประดับจิตกาธาน
พระจิตกาธาน หรือ เชิงตะกอน แรกเริ่มคงจะมีที่มาจากธรรมเนียมการปลงศพของอินเดีย โดยใช้กอง
ฟืนวางซ้อนกันให้สูงใหญ่ จำนวนฟืนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชั้นยศของผู้วายชนม์ ต่อมาจึงคิดสร้างพื้นยกขึ้น
เรียกว่า “ร้านม้า” สำหรับตั้งศพคร่อมเหนือกองฟืน ซึ่งร้านม้าที่ยกขึ้นนั้น ทำหน้าที่เป็นฐานส ำหรับเผาศพ โดย
ใช้ไม้ไผ่หรือต้นหมากมาปักเรียงกัน ประมาณ ๓ คู่ นำฟืนเรียงใส่ให้เต็มในช่องว่าง นำหีบศพวางบนร้านม้าแล้ว
จุดไฟเผา ลักษณะเช่นนี้จะพบการปลงศพตามหมู่บ้านชนบท ที่นิยมปลงศพในป่าช้า เพราะใช้วัสดุที่หาได้ง่าย
ในท้องถิ่นนั้นๆ
เมื่อค้นหาความเป็นมาของงานแทงหยวกในพงศาวดาร พบว่า สยามประเทศ หรือประเทศไทยใน
ปัจจุบัน เป็นชาติแรกและชาติเดียวในโลก ที่มีงานช่างแทงหยวก ถือเป็นงานช่างของคนไทยโดยแท้จริง ซึ่ง
ปัจจุบันนี้มีไม่กี่ประเทศที่มีกาใช้งานแทงหยวกมาประกอบพิธีกรรม
ความสำคัญของการแกะสลักหยวกกล้วยที่ปรากฎในวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน เมื่อพระไวยกล่าวถึง
การทำพิธีนี้ว่าให้ขุดศพนางวันทองขึ้นมา แล้วกล่าวถึงการทำพิธีว่าสถานที่วางหีบศพนั้นตกแต่งอย่างสวยงาม
เเละวิจิตรพิสดารเป็นรูปภูเขา มีน้าตกมีสัตว์ต่างๆ มีกุฏิพระฤษี มีเทวดา เช่น รามสูร เมขลา ที่ตั้งศพที่เป็น
ภูเขานี้เห็นจะเป็นประเพณีไทยที่เก่าเเก่ ที่ท าเช่นนั้นก็คงหมายถึงว่า เขาพระสุเมรุคงเป็นที่เทวดาอยู่ตรงกับ
สวรรค์ ผู้ตายนั้น ถือว่าจะต้องไปสวรรค์ เช่น พระเจ้าแผ่นดินตาย เรียกว่า “สวรรคต” จึงนิยมทำศพให้เป็น
ภูเขา พระสุเมรุหรือเมรุ คือ ทำที่ตั้งเป็นภูเขาทั้งสิ้น ต่อมาคงจะเปลี่ยนแปลงไป เช่น งานหลวงเล็กทำเป็นภูเขา
เปลี่ยนทำเป็นเครื่องไม้เพราะอาทำให้สวยงามให้เป็นชั้นลดหลั่นลงมาเป็นเหลี่ยมจะหักมุมย่อให้วิจิตรพิสดาร
อย่างใดก็ได้ เเต่เเม้จะเอาภูเขาพระสุเมรุ จริง ๆ ออกไปก็ยังคงเรียกเมรุตามที่เคยเรียกมา เมรุ จึงกลายเป็นที่ตั้ง
ศพไป
บ้างก็ว่าศิลปะการแทงหยวกเกิดขึ้นจากสมัยพระนเรศวรมหาราชล่าแผ่นดิน ในสมัยก่อนช่างอันดับ
๑ คือ ช่างเหล็ก อันดับ ๒ คือช่างแทงหยวก ไปรบที่ไหนก็ตายที่นั่น เผาที่นั่น ใช้ไม้ไผ่เป็นเชิงตะกอน
แล้วนำหยวก (ต้นกล้วย) มาคุมเชิงตะกอนก่อนจะเผา แล้วพัฒนาหยวกให้เกิดลวดลายที่สวยงาม จนเกิด
คุณค่าแห่งความงามต่อสังคมไทยเรา ในการแทงหยวกจะช่วยพัฒนาสังคมในด้านจิตใจ ให้คนเห็นคุณค่า
“ปรัชญา” ความสดสวย ไม่ช้าก็เหี่ยวแห้งเป็นธรรมดาตามหลักศาสนา
๒.การเลือกต้นกล้วยในการแทงหยวก
พันธุ์กล้วยที่ดีที่สุดในการใช้แทงหยวก คือ กล้วยตานีที่ยังไม่ออกเครือ ด้วยคุณสมบัติของ
กล้วยตานีที่รวงผึ้งด้านในกาบกล้วยค่อนข้างถี่กว่ากล้วยพันธุ์อื่น ๆ ท าให้หยวกกล้วยมีความชุ่มน้ า ส่งผล
ให้ผิวของกาบกล้วยตานีมีความคงทน สวยงาม ไม่เปราะบาง หรือแตกง่าย ไม่เน่าเปื่อย แต่จะเหี่ยวแห้งไป
ตามกาลเวลา ลักษณะพิเศษของกล้วยตานีอีกประการหนึ่งคือ เนื้อผิวหยวกมีสีขาวนวลสวย และมีเส้นใย
ที่สามารถมองเห็นเป็นแนวได้ ต้นกล้วยที่จะน ามาใช้ในการแทงหยวก ควรเลี้ยงให้ล าต้นมีความสูงตั้งแต่ 3
เมตรขึ้นไป และมีเส้นผ่านศูนย์กลางของโคนต้นประมาณ ๒๐ เซนติเมตร จึงจะเหมาะกับการฉลุลายได้ดี
ในการด าเนินการตัดต้นกล้วยนั้นจะต้องมีการท าพิธีขอขมาต้นกล้วยเสียก่อน ซึ่งช่างแทง
หยวกจะท าพิธีขอขมาโดยใช้ใบตองห่อเศษเงินที่มีอยู่ในกระเป๋า จากนั้นจึงกล่าวบทสวดขอขมา แล้วซุก
เงินไว้บริเวณโคนต้นกล้วย
การตัดต้นกล้วยจะตัดในทิศทางที่ให้ต้นเอนล้มใส่คนตัด เพื่อมิให้ต้นกล้วยนั้นหล่นลงพื้น จากนั้นจึงตัด
ปลายต้นกล้วยออก เพื่อไม่ให้ต้นกล้วยช้ า โดยจะตัดต้นกล้วยในแนวทแยงเพื่อให้ต้นกล้วยนั้นได้แทงหน่อต่อไป
และเว้นระยะการตัดจากโคนต้นประมาณ ๑ คืบ เมื่อได้ต้นกล้วยตามที่ต้องการแล้วจึงน ามาตัดหัวตัดท้ายออก
จากนั้นท าการลอกกาบออกทีละชั้นด้วยความระมัดระวัง โดยใช้นิ้วมือสอดเข้าไปในกาบกล้วย แล้วค่อย ๆ ดัน
มือไปพร้อม ๆ กันทั้งสองข้าง ลอกไปจนเกือบถึงชั้นในสุด แล้วท าการคัดแยกขนาดของกาบไว้เป็นกลุ่ม ๆ
เพื่อเตรียมใช้ในการแทงหยวกกาบกล้วยที่จะน าไปแทงหยวกนั้น ประกอบด้วย กาบเปลือก กาบเขียว กาบ
เขียวที่ค่อนข้างไปทางขาว และแกนหยวก ซึ่งส่วนที่ใช้ในการแทงหยวกจริง ๆ นั้นควรเป็นกาบเขียวที่ค่อนข้าง
ไปทางขาว เนื่องจากเป็นกาบที่มีความสมบูรณ์ มีน้ าหล่อเลี้ยงภายในรวงผึ้ง ท าให้ชุ่มฉ่ำอยู่ตลอดเวลา
๓.วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแทงหยวก
การสร้างสรรค์ศิลปะการแทงหยวกโดยมากจะใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย มีใช้ตาม
พื้นบ้านทั่วไป ได้แก่
๓.๑ หยวกกล้วย ที่ได้ท าการลอกกาบ คัดแยกขนาดของกาบกล้วย และเช็ดผิวท าความ
สะอาดเรียบร้อยแล้ว
๓.๒ กระดาษสี ใช้ส าหรับประกอบงานแทงหยวก เพื่อเน้นลวดลายที่ได้ฉลุลงบนหยวกให้มี
สีสันสวยสดงดงาม ซึ่งนิยมใช้กระดาษอังกฤษสีมันวาวคล้ายกระดาษตะกั่ว ที่มีคุณสมบัติส าคัญคือ เมื่อถูก
น้ าแล้วไม่ ยับย่น สีไม่ลอก เนื่องจากเมื่อแทงหยวกเสร็จแล้วต้องมีการพ่นน้ำอยู่เสมอ
๓.๓ มีดแทงหยวก เป็นมีดปลายแหลมที่มีคมทั้งสองด้าน เพื่อให้สามารถแทงลวดลายใน
ลักษณะเดินหน้าถอยหลังได้อย่างสะดวก ท ามาจากเหล็กลานนาฬิกา หรือใบเลื่อยโลหะ น ามาเจียรและ
ลับให้คม ใบมีดมีขนาดความกว้างประมาณ ๕ มิลลิเมตร มีความยาวประมาณ ๓-๓ นิ้วครึ่ง หรือแตกต่าง
กันไปตามความต้องการและความถนัดของช่างแต่ละคน
๓.๔ หินลับมีด ใช้ส าหรับลับมีดแทงหยวก เนื่องจากเมื่อมีการใช้งานนาน ๆ จะท าให้มีดแทง
หยวกนั้นหมดคม ระหว่างใช้งานจึงต้องหมั่นลับมีดให้คมอยู่เสมอ เมื่อมีดมีความคมก็จะท าให้ลวดลายบน
๓.๕ ตอก ใช้ส าหรับประกอบหยวกเข้าเป็นลายชุด โดยใช้ตอกรัดตรึงหยวกที่แทงแล้วแต่ละชิ้น
ให้เป็นส่วนเดียวกัน ตอกที่ใช้ส าหรับงานศิลปะการแทงหยวกนิยมท าจากไม้ไผ่ โดยมีความกว้างประมาณ
๑-๑.๕ เซนติเมตร และยาวประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ซึ่งปลายตอกทั้งสองข้างจะมีความเรียวแหลมและคม
๓.๖ ไม้เสียบ ใช้สำหรับปักยึด หรือช่วยเสริมความแข็งแรงจากการประกอบหยวกด้วยตอกอีกที
๓.๗ มีดบาง หรือมีดท าครัว ใช้ส าหรับตกแต่งกาบกล้วย หรือตัดหยวกกล้วยให้ได้ขนาดตามที่
ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อน าลายมาประกอบเป็นลายชุด และในช่วงที่ต้องตัดต่อเพื่อน าลายชุดไปประดับ
ตกแต่งสถานที่ต่าง ๆ
๔.พิธีไหว้ครูก่อนการแทงหยวก
ก่อนจะเริ่มท าการแทงหยวก ช่างแทงหยวกจะต้องไหว้ครูเพื่อระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ให้
วิชาความรู้เหมือนกับช่างศิลปะแขนงอื่น ๆ ซึ่งเครื่องไหว้ที่ใช้ในพิธีไหว้ครูก่อนการแทงหยวกจะประกอบด้วย
ดอกไม้ ธูปเทียน น้ า เหล้า บุหรี่ อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ และแผ่นหยวกที่แทงเป็นลายแล้วส าหรับไหว้ครู
เครื่องไหว้ทั้งหมดจะน ามาใส่ในถาดรวมกันแล้วตั้งไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ บริเวณที่ท าการแทง ซึ่งช่างทุกคนต้องไหว้
ครูและเครื่องมือก่อนท างาน
โดยว่าตามบทสวด ดังนี้
(ตั้งนะโม 3 จบ) “ลูกขอไหว้คุณครูผู้ประสาทวิชาให้แก่ตัวลูก ลูกของไหว้พระอินทร์ พระพรหม พระ
ยม พระกาฬ พระจตุโลกบาลทั้งสี่ พระภูมิเจ้าที่ พระธรณี พระแม่คงคา แม่พระพาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายใน
สากลโลก พระวิษณุกรรม ท้าวเวสสุวรรณ ครูพักลักจ า ครูแนะครูน า ครูสั่งครูสอน ที่ได้ประสาทพรให้แก่ลูก
มา พุทธังประสิทธิเม ธรรมังประสิทธิเม สังฆังประสิทธิเม” (กราบ 3 ครั้ง)
๕.ลายพื้นฐานการแทงหยวก
๕.๑ ลายฟันหนึ่ง(ลายฟันปลา) แทงหยวกด้วยมีดฉลุที่คมทั้งสองด้านและปลายแหลมคมในลักษณะ
ขึ้นลง ๆ ในลักษณะซิกแซก แทงหยวกเดินหน้าและถอยหลัง แนวตรงในระยะห่างที่เท่า ๆ กัน โดยใช้แนวเส้น
หยวกกล้วยเป็นแนวหลัก ใช้เป็นลายประกอบได้เยอะมาก
๕.๒ ลายฟันสาม มีรูปแบบมาจากลายตาอ้อย ใช้ประกอบลายในพิธีของสามัญชนจนถึงขุนนางชั้น
ผู้ใหญ่ รวมไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์
๕.๓ ลายกลีบบัว ลายแทงหยวกด้วยมีดฉลุที่คมทั้งสองด้านและปลายแหลมคมในลักษณะขึ้นลง ๆ ใน
ลักษณะซิกแซกแต่มีลักษณะลายที่ใหญ่โค้ง แทงหยวกเดินหน้าและถอยหลัง แนวตรงในระยะห่างที่เท่า ๆ กัน
โดยใช้แนวเส้นหยวกกล้วยเป็นแนวหลัก
๕.๔ ลายน่องสิงห์เป็นลายที่ลอกเลียนแบบจากน่องสิงห์ในงานปูนปั้นต่าง ๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่ง
สิงห์เป็นสัตว์ป่าหิมพานต์
๕.๕ ลายหน้ากระดานแนวนอน ใช้ประกอบส่วนคาน ฐานชั้นล่าง และชั้นประกอบฉัตร ลวดลาย
พัฒนาจากลายเครือเถาที่น ามาผูกกันและเลื้อยออกไปทั้งสองด้าน ช่างแทงหยวกจะต้องแทงให้เท่ากันทั้ง
ด้านซ้ายและขวา
๖.ขั้นตอนกระบวนการแทงหยวก
กระบวนการขั้นตอนในการแทงหยวก โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น ๕ ขั้นตอน ดังนี้
๖.๑ การเตรียมหยวกกล้วย หลังจากท าพิธีไหว้ครูเรียบร้อยแล้ว ท าการตัดท่อนต้นกล้วยตาม
ความยาวที่ต้องการ ลอกกาบออกเป็นชั้น ๆ โดยระวังมิให้กาบกล้วยแตกหรือช้ า จากนั้นท าการคัดแยก
กาบที่มีความยาวและสีใกล้เคียงกันไว้เป็นกลุ่ม ๆ
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์
๖.๒ การแทงหยวก น ากาบกล้วยที่ได้คัดแยกไว้มาท าการแทงฉลุเป็นลวดลายต่าง ๆ โดยใช้
ปลายคมมีดแทงเข้าไปในเนื้อหยวกกล้วย ซึ่งส่วนมากช่างจะน ากาบมาซ้อนกัน ๒-๓ ชั้น แล้วแทงเป็นลาย
พื้นฐานอย่างลายฟันหนึ่ง(ฟันปลา) ลายฟันสาม ลายฟันห้า เพื่อความรวดเร็ว แต่จะไม่นิยมใช้วิธีนี้ในการแทง
ลายหน้ากระดาน ลายเสา หรือลายประยุกต์อื่น ๆ
๖.๓ การประกอบเป็นลายชุด เมื่อได้หยวกที่มีการแทงฉลุลวดลายต่าง ๆ แล้ว ช่างจะน า
กระดาษอังกฤษสีแวววาวไปชุบน าแล้วน ามาติดกับหยวกอีกชั้น ใช้มือลูบให้กระดาษแนบติดสนิทกับความ
โค้งของหยวก จากนั้นน าหยวกอีกชั้นที่แทงลวดลายเว้นพื้นหลังเรียบร้อยแล้วมาวางประกอบ โดยกดให้
หยวกทั้ง ๒ ชิ้นเข้ากันได้สนิท เมื่อได้ก าหนดลวดลายที่จะน ามาเข้าชุดกันแล้ว จึงเลือกลายมาจัดวางให้
เหลื่อมกัน หากวางได้รูปแบบแล้วจึงจะใช้ตอกแทงเข้าไปในเนื้อหยวก จากด้านหนึ่งทะลุออกไปอีกด้าน
หนึ่ง ซึ่งขณะแทงตอกต้องใช้มือจับหยวกกล้วยทั้งหมดให้แน่น ไม่ให้ขยับเขยื้อน จากนั้นยก
ชุดลายคว่ าเพื่อใช้ปลายตอกสอดรัดกลับมาด้านหลัง มัดชิ้นลายให้ครบทุกส่วนตามความยาวของชุดลาย
เมื่อครบทุกส่วนเรียบร้อยแล้วให้มัดเส้นตอกโดยการหมุนบิดเส้นตอกให้แน่นทั้งสองด้าน จากนั้นจึงตัด
ส่วนเกินของปลายหยวกที่วางซ้อนกันออก เพื่อให้เรียบร้อยและสะดวกต่อการน าไปติดตั้ง แล้วทำการ
แกะพื้นหลังของลวดลายออก จะปรากฏสีสันของกระดาษอังกฤษที่ชัดเจนและสวยงาม พร้อมที่จะนำไป
ประดับตามส่วนประกอบต่าง ๆ
๖.๔ การประดับ เมื่อมีการประกอบหยวกเป็นลายชุดต่าง ๆ แล้วจึงนำมาติดตั้งเข้ากับโครง
หรือฐานที่ใช้ในงานพิธีโดยใช้ตะปูเป็นวัสดุในการตอกยึดชุดหยวกกล้วยให้ติดอยู่กับฐาน
๖.๕ การตกแต่งด้วยเครื่องสด เช่น พุ่มดอกไม้ หรือดอกไม้ที่ร้อยเป็นม่านรัก และการ
แกะสลักผักผลไม้ ที่เรียกว่า “การแทงหยวกประกอบเครื่องสด”
๗. หยวกที่เป็นองค์ประกอบของจิตกาธาน
๗.๑ รัดเกล้า คือส่วนที่อยู่ด้านบนสุดของจิตกาธาน มีส่วนประกอบของลายต่างๆประกอบเขาด้วยกัน
ได้แก่ ลายหน้ากระดาน ลายฟันปลา ลายฟันสาม ประกอบเข้ากัน
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์
๗.๒ ดอกไม้ไหว คือส่วนที่อยู่ด้านบนปักบนรัดเกล้าทิศละ ๕ ดอก
๗.๓ กระจังทิศ คือสวนที่ประกอบด้านบนรัดเกล้าอยู่ที่มุมทั้ง๔ทิศ
๗.๔ ฐานรองโกศ คือส่วนที่ประดับด้านล่างบริเวณของฐานรองโกศมีลายที่ประกอบเข้าด้วยกันได้แก่
ลายกลีบบัว และลายฟันปลา ประกอบเข้ากัน
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์
๗.๕ เสา คือส่วนที่ประดับเสาของจิตกาธาน มีลายที่ประกอบเข้าด้วยกันได้แก่ น่องสิงห์ และฟันปลา
ประกอบเข้าด้วยกัน
๘.องค์ประกอบของจิตกาธาน
-ดอกไม้ไหว
-กระจังทิศ
-รัดเกล้า
-ดอกไม้แผง
-พวงกลาง
-พู่กลิ่น
-ม่านดอก
-มาลัยรัดข้อ
-ฐานรองโกศ
-ท่อนฟืน เสา
-ฐานธรณี
๙.เทคนิควิธีการที่ส าคัญในการแทงหยวก
การแทงหยวกเป็นงานที่ต้องอาศัยความช ำนาญและสมาธิอย่างสูง ช่างแทงหยวกต้องเป็นช่าง
ที่มีฝีมือ เพราะจะไม่มีการวาดลวดลายหรือร่างภาพลงบนหยวกก่อน ช่างจึงจ าเป็นต้องจดจ าแบบแผน
ของลายที่จะฉลุลงไปบนหยวกได้อย่างแม่นย า สิ่งที่ควรค านึงถึงอีกอย่างหนึ่งคือ วิธีการจับมีด การลงมีด
นั้นจะต้องให้มีดตั้งฉากกับหน้าตัดของหยวก